|
ขอแนะนำโปรแกรมการออกแบบโค้งแนวราบมาให้ลองใช้ครับ หน้ากรอกข้อมูลจะแสดงองค์ประกอบของโค้งเป็นหลัก ส่วนหน้าแสดงผลจะเน้นข้อมูลเพื่อการวางตำแหน่ง station บนโค้งในสนาม ข้อแนะนำการใช้โปรแกรม 1. ไม่ควรใส่ค่าว่างในช่องข้อมูล โปรแกรมจะคำนวณไม่ได้ 2. ถ้าเลือกจะใส่ค่ามุมภายในที่รองรับโค้ง หน่วยจะต้องเป็นองศาเท่านั้น 3. คุณสมบัติของโค้งคำนวณโดยโปรแกรมระบุเองไม่ได้ 4. ดูรายละเอียด ทฤษฎี ที่ใช้จากรายระเอียดเพิ่มเติมด้านล่างครับ เข้าสู่โปรแกรมที่นี่
ทฤษฎีการหาคุณสมบัติของโค้ง (ดูรูปด้านล่างประกอบ) 
1. เริ่มจากกำหนดแนวเส้นตรง 2 เส้นทาง ตัดกันที่จุด PI เป็นมุม Δ ซึ่งจะเท่ากับ มุมภายในที่รับโค้ง(K) 2. กำหนดระยะจากจุด PI ย้อนกลับไปที่จุด A เรียกระยะ Tangent( T ) 3. คำนวณ R = T / tan( Δ / 2 ) 4. ระยะแนวตรงจาก จุด A ไปที่จุด B, LAB = 2R sin( Δ / 2 ) 5. ระยะจากจุด PI ไปที่จุด C เรียกระยะ E = ( R - Rcos( Δ / 2 ) ) / cos( Δ / 2 ) 6. ระยะจากจุด C ไปที่จุด D เรียกระยะ M = R - Rcos( Δ / 2 ) ค่าต่าง ๆ ในการวางโค้งในสนาม (ขั้นตอนการวางโค้งดูได้จากหน้าผลการคำนวณในโปรแกรม) 1&2 . การวางโค้งแบบใช้มุมเห วางกล้องที่จุด A หรือ B มุมเห = 0.5 x ( ค่าตำแหน่ง station - ค่าตำแหน่ง station ที่จุด A ) / R หน่วยเป็นเรเดียน ปรับเป็นองศา ด้วยการคูณด้วย 180/PI() ระยะแนวตรงจาก station ถึง station ก่อนหน้านี้ที่วางไปแล้ว , Lx = 2R sin( Dx / 2 ) Dx = ( ค่าตำแหน่ง station - ค่าตำแหน่ง station ก่อนหน้านี้ ) / R 3. การวางโค้งแบบการส่องสกัดจากกล้องที่จุด A และ B มุมเห = 0.5 x ( ค่าตำแหน่ง station - ค่าตำแหน่ง station ที่จุด A ) / R หน่วยเป็นเรเดียน ปรับเป็นองศา ด้วยการคูณด้วย 180/PI() 4. การวางโค้งแบบวัดระยะตั้งฉากกับแนว Tangent D = ( ค่าตำแหน่ง station - ค่าตำแหน่ง station ที่จุด A ) / R ค่า x = R sin( D ) ค่า y = R - sqrt( R2 - x2 ) 5. การวางโค้งแบบวัดระยะตั้งฉากกับแนว A-B D = ( ค่าตำแหน่ง station - ค่าตำแหน่ง station ที่จุด A ) / R ค่า x = 2R sin( D / 2 ) cos( Δ / 2 - D / 2 ) ค่า y = 2R sin( D / 2 ) sin( Δ / 2 - D / 2 ) |